จะติดฟิล์มกรองแสง แบบไหนดีอ่ะ?

3mm

จะติดฟิล์มกรองแสง แบบไหนดีอ่ะ?สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาบอกเล่าเรื่องการเลือกฟิล์มกรองแสง ติดรถยนต์เบื้องต้นสู่กันฟังว่าจะติดแบบไหนดี

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่ารถใช้เองไหม รถอะไร
***ถ้าใช้เองอยู่กับรถทั้งวันก็แนะนำให้ติดบานหน้าเต็มไปเลย เพราะการกันความร้อนต่างกับการติดหน้าคาดมาก ยิ่งแดดบ้านเราตอนนี้ เผาแขน และ ขาเวลาขับรถดีนักแล***

จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน บางตัวจะผลิตฟิล์มหลายเบอร์ ทั้งนี้ทั้งนั้นลองตอบคำถามด้านล่างนี้ก่อน และ ถามใจตัวเองก่อนว่าชอบแบบไหน

1.ฟิล์มมืด – วัยรุ่น เน้นมีความลับเยอะ ป้องกันคนมองเห็นของมีค่า ซ่อนกิ๊ก ฯลฯ

2.ฟิล์มปรอท – สะท้อนแสง เข้าตาชาวบ้าน รถดูใหม่ขึ้น ใช้แทนกระจกได้ สะท้อนความร้อนได้ดีเพราะมีปรอท

3.ฟิล์มใส – เน้นขับกลางคืน สบายตา โปร่งใส คนขับสวย-หล่อ (โชว์) รถราคาแพง (ไม่รู้ทำไม รถที่เข้ามาติดมักจะเป็นพวก SUV)

4.สีของฟิล์ม- อมเชียว สีชา สีฟ้า สีใส สีดำ ฯลฯ

5.ราคา- เน้นถูกจะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลาในรถนาน หรือฟิล์มแถมราคาถูก / เน้นคุณภาพ ถ้าแบบนี้ก็จะราคาแพงขึ้นมานิดหน่อยครับ

***ไขข้อสงสัยก่อนที่จะไปร้านค้า (จากประสบการณ์ ลูกค้าผมมักจะถามบ่อยๆ)***

ถาม- ฟิล์มดำป้องกันความร้อนดีกว่าฟิล์มใส?
ตอบ- ไม่ใช่ อยู่ที่วัสดุที่นำมาบีบอัด และสารปรอทสะท้อนแสง(ปรอท) เทคนิควิธีต่างๆที่พัฒนาขึ้น ฟิล์มดีบางยี่ห้อ ยังสู้ฟิล์มถูกๆไม่ได้เลย ของแบบนี้ต้องใช้เครื่องมือ และ มือสัมผัสความร้อนเองโดยตรง

ถาม- ฟิล์มหน้าเต็มกับหน้าปกติ(คาดบน) ต่างกันอย่างไร?
ตอบ- แน่นอน การติดฟิล์มบานหน้าเต็มจะป้องกันความร้อนที่แผดเผาเข้ามาได้ดีกว่า ฟิล์มคาดบน ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะต้องใช้ฝีมือในการติด (แผ่นเดียวทั้งบาน ไม่มีการต่อฟิล์ม) อุปกรณ์ที่ใช้ สถานที่ติดตั้ง เฉพาะบานหน้าก็ราคาหลักพันขึ้นทั้งนั้นครับ

ถาม- ทำไมบานหน้าถึงใสกว่าบานข้าง
ตอบ- ปกติแล้ววิสัยทัศน์การมองของเราขับรถในยามค่ำคืน โดยไม่ติดฟิล์มก็เป็นอันตรายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาด้วยแล้วละก็ อาจจะก่อให้เกิดอุบัตติเหตุได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องติดบานหน้าให้ใสกว่าครับ แต่ถ้าจะติดมืดก็ติดได้ครับแต่ไม่แนะนำ

ถาม- เรื่องเปอร์เซนต์ของฟิล์มมีแบบไหนบ้าง และใช้อย่างไร
ตอบ- เริ่มต้นที่ 20%-40% จะใสเหมาะแก่การติดบานหน้าเต็ม / 60%-80% เหมาะแก่การติดด้านข้าง+หลังครับ

ถาม- ราคาฟิล์มต่างจังหวัด แพงกว่า มีปัจจัยอะไรบ้าง
ตอบ- เป็นเพราะว่า :P

  • จำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้านไม่สามารถจะขายแข่งกับร้านค้าในเขต กทม.ได้
  • ราคาค่าขนส่ง (เมื่อก่อนไม่ได้เอามาคิด) แต่เดี๋ยวนี้ไม่คิดไม่ได้แล้วจ้า
  • ร้านในเขต กทม. ไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าไว้เยอะ เพราะ สามารถสั่งได้วันต่อวันเลย ไม่ต้องรอ ส่วนต่างจังหวัดต้องสต็อกไว้ และ ได้ไม่กี่เบอร์ (ฟิล์มบางม้วนหลักแสนนะ)
  • ปัญหาการเคลม ฟิล์มหลายยี่ห้อเคลม ไม่ได้! ซึ่งสำหรับร้านใหญ่แล้ว การดูแลลูกค้าเก่าแก่ เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อฟิล์มมีปัญหาจากการติดตั้งหรือไม่ก็ตาม บางครั้งต้องเปลี่ยนให้เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเอาไว้ ดังนั้นแพงหน่อยแต่ไม่มีปัญหาเรื่องบริการ
  • มีอีกหลายปัจจัยที่เอามาบอกเล่าเก้าสิบคงไม่หมด *-*

ถาม- ฟิล์ม ปูด ร่อน พอง เป็นจีบ เคล็มได้ไหมถ้าอยู่ในประกัน
ตอบ- ได้ครับถ้าอยู่ในประกัน

ถาม- การรับประกันฟิล์ม ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กี่ปี
ตอบ- 5-7 ปีจ้า

ถาม- ฟิล์มเป็นเม็ดๆ เกิดจากอะไร
ตอบ- ฝุ่นละอองครับ เรื่องนี้ความจริงไม่อยากตอบเลย เพราะฟิล์มเป็นเม็ดนั้นเกิดขึ้นทุกคัน อยู่ที่ว่าจะมาก น้อยแค่ไหน ถ้าเจอลูกค้าที่เนี๊ยบๆหน่อยนะ ร้านค้าพูดไม่ออกครับ ต้องเปลี่ยนให้อย่างเดียว แต่ๆๆ จะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เกิดเม็ดน้อยที่สุด ก็คือ ติดฟิล์มในห้องปิดที่สะอาด หรือ ห้องแอร์ก็ดี แต่เชื่อไหมว่า มันก็ยังเป็นเม็ดหลงเข้ามาอยู่ดี (แต่ต้องจ้องเอานะ) lol

เอาละครับหวังว่าคงเป็นประโยชน์ก่อนการตัดสินใจในการเลือกฟิล์ม

ให้กับเพื่อนไม่มากก็น้อยนะครับ คราวหน้าผมจะเอาผลจากการวัดฟิล์ม ด้วย มิเตอร์วัดแสง+ความร้อน แต่ละตัวแต่ละเบอร์ มาลงเอาไว้ เทียบกัน เบอร์ต่อ เบอร์ไปเล๊ยยย

Car Films

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

กาญจนบุรีแอร์ แอนด์ ซาวด์ 03-4511-277


No Responses to “จะติดฟิล์มกรองแสง แบบไหนดีอ่ะ?”